หัวใจของการทำอาหารนั้นคือ น้ำซุป

อาหารกลางวันที่ง่ายแสนง่ายแต่ถ้าเลือกผิดก็อาจจะทำให้ความสุขในมื้อกลางวันต้องกลายเป็นเรื่องจำเป็นต้องกิน เพราะเสียเงินไปแล้ว ก็จำพวกก๋วยเตี๋ยวนั้นเอง บางร้านที่เราคิดว่าจะไปลองร้านใหม่ แต่พอได้ไปทดสอบก็พบว่ามือใหม่หัดทำยังไม่นิ่ง แถมด้วยยังขี้เหนียวเครื่องปรุงด้วย น้ำซุปที่คิดว่าน่าจะโอเค กลิ่นหอมเตะจมูกแต่สุดท้ายรสชาตก็ไม่ได้ดีอย่างที่ได้กลิ่น แถมยังมีกลิ่นคาวของหมูหรือน้ำซุปด้วย แล้วทำไมถึงได้เป็นแบบนั้น ความผิดพลาดของคนปรุงรสหรืออย่างไรถึงได้เป็นแบบนั้น
เรื่องของรสชาติในความจริงจะต้องเป็นกลางไว้ก่อน เรื่องจะเน้นไปทางหวานหรือ เค็มก็ต้องแล้วแต่เอกลักษณ์ของแต่ละร้านที่ได้คิดสูตรต่างกันไป บ้างร้านน้ำก๋วยเตี๋ยวหน้าตาดูดีแต่พอได้ชิมกลับรสชาติจืดไม่เป็นที่อยากกินอีกต่อไป แต่บางคนก็บอกว่ารสชาติแบบนี้กำลังดีชอบ ก็เพราะความชอบมันต่างกัน แต่ถ้าจะให้ดี ถ้าเราคิดที่จะเลือกกินก๋วยเตี๋ยวสักร้านก็อย่าไปคาดหวังไว้มากจนเกินไป บางคนพาเพื่อนไปกินบอกร้านนี้อร่อยที่สุด แต่นั้นคือที่สุดของตัวเองไม่ใช่ที่สุดของคนทั้งหมด เมื่อเป็นแบบนี้ก็ต้องทำใจว่า ให้พูดแบบกลางไว้ก่อน ส่วนเรื่องรสชาตินั้นค่อยให้แต่ละคนเป็นคนตัดสินกันเอง
แต่สำหรับผู้ที่อยากจะทำร้านก๋วยเตี๋ยวหรืออยากจะทำก๋วยเตี๋ยวเองกินที่บ้าน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้อร่อยมากน้อยเพียงใด ก็ต้องพึ่งพาสูตรที่เขามีมาให้ตามซองต่างๆ เดี๋ยวนี้มีน้ำก๋วยเตี๋ยวสำเร็จทั้งแบบเป็นซองและแบบน้ำซุปพร้อมใช้หมดแล้ว ไม่ต้องเลือกกันมากนักแค่น้ำเดือดก็สามารถชวนเพื่อนมากินกันได้แล้ว แต่ถ้าจะให้ดีอีกนิดก็อย่าลืมเพิ่มความพิเศษลงในน้ำซุบกันสักหน่อย และก็มีสูตรเพิ่มความน่ากินให้กับน้ำซุปมาฝากกันเล็กๆ น้อย
5 สิ่งนี้ในน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวที่จะขาดไม่ได้
1.กระดูก
คำว่าหวานน้ำต้มกระดูก นั้นก็คือการต้มกระดูกหมู หรือโครงกระดูกไก่ บางร้านจะไม่บอกเคล็ดลับตรงนี้ทั้งหมด แต่สิ่งที่ต้องอดทนและใช้เวลาในการทำที่สุดก็คือการเฝ้าดูการต้มน้ำซุปอย่างใจเย็น เมื่อน้ำเริ่มเดือด จะมีฟองของเลือดในน้ำกระดูกไหลออกมา ตรงนี้ต้องค่อยๆ ช้อนฟองทิ้งออกให้หมด หลายคนก็ไม่ได้สนใจตรงนี้ เมื่อต้มไปนานๆ ฟองเหล่านี้จะทำหน้าที่ทำลายน้ำซุปที่ตั้งใจทำมาทั้งหมดลงอย่างสิ้นเชิง เพราะจะมีกลิ่นคาวจากเลือดออกมา เลือกในส่วนนี้ไม่ดี จำเป็นต้องเอาออกให้หมด ก็ในตอนต้มน้ำในช่วงแรก มีเท่าไหร่ต้องช้อนออกให้หมดใช้เวลาเฝ้าให้เต็มที่ นี่คือหัวใจหลักของการต้มน้ำซุป
2.รากผักชี
รากผักชีเกือบจะเป็นเครื่องเทศที่ครอบจักรวาล รากผักชีนั้นอาจไม่ได้เด่นที่สุด แต่ก็ขาดไม่ได้ในการทำน้ำซุปหรือน้ำจิ้มสูตรเด็ด รากผักชีไม่ใช่ตัวชูโรงที่เด่นมากนัก แต่มันจะทำหน้าที่ดันพระเอกของงาน ให้เด่นยิ่งๆ ขึ้นไป จึงขาดไม่ได้เลยสำหรับรากผักชี
3.กระเทียม
กระเทียมก็เป็นเครื่องเทศอีกหนึ่งชนิดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบางคนอาจจะบอกว่ามีกลิ่นชุนไม่ชอบแต่เมื่อไหร่ที่ได้ลงไปอยู่ในน้ำซุปสักเล็กน้อย ต้มให้เข้ากันกับเครื่องเทศชนิดอื่น กระเทียมจะทำหน้าที่เป็นอย่างดี ทำให้น้ำซุปของคุณมีกลิ่นหอมเตะจมูกและนำพาทุกคนให้รีบมาตามหาว่ากลิ่นนี้มาจากไหนและก็ชวนให้ลิ้มลองเป็นอย่างมาก
4.พริกไทย
รสเผ็ดร้อนเมื่อได้ลองชิม แต่ก็น่าแปลกเมื่อได้เจอกับน้ำซุปทั้งหมด ความเผ็ดร้อนก็จะจางหายไปเหลือไว้แต่เพียงความหอมที่ส่งกลิ่นไกลไปถึงหน้าปากซอย บางครั้งบ้านถัดไปอีก 3-4 หลังก็ยังคงต้องตามหากลิ่นน้ำซุปที่ได้มีการ เพิ่มพริกไทยลงไป พริกไทยในที่นี้ ควรเป็นพริกไทยขาวเม็ดเล็กๆ ที่ตำให้ละเอียดและไม่จำเป็นต้องใส่มากแต่อย่างใด น้ำซุปเพียงหม้อเล็กๆ ก็อาจจะใช้เพียง 3-4 เม็ดก็เกินพอแล้ว เขาถึงได้เรียกกันมาตั้งแต่ก่อนว่า “เล็กพริกขี้หนู” เพราะถึงจะเล็กแต่ก็เผ็ดร้อนไม่น้อยเหมือนกัน และพริกไทยเม็ดก็เช่นกัน เม็ดเล็กๆแค่หัวเข็มหมุดแต่ก็ทำให้ กลิ่นหอมแรงสุดๆ ได้เหมือนกัน
5.ใบเตย
พระเอกที่จะขาดไม่ได้กันเลย นั้นก็คือใบเคย น่าแปลกอย่างมากถ้าเราต้มแต่ใบเตยอย่างเดียวก็จะได้กลิ่นของความหอมหวาน แต่เมื่อเราได้นำเข้าเครื่องน้ำซุปทั้งหมด กลิ่นหอมหวานที่เคยเป็นกลับกลายเป็นกลิ่นหอมอีกระดับทำให้ชวนหิว ใบเคยจัดว่าเป็นพืชชนิดพิเศษที่สามารถปรับตัวได้เข้ากับทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหารหวาน ก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมหรือจะเป็นอาหารคาว ก็ทำหน้าที่ได้เหนือความคาดหมายเป็นที่สุด นอกจากใบเตยจะทำให้มีกลิ่นที่ชวนหลงใหลแล้ว ก็ยังทำหน้าที่ช่วยกลบกลิ่นคาว กลิ่นที่ไม่ควรมีในอาหารอีกด้วย ต้องยกให้ใบเคยคือพืชที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลก
การทำน้ำซุปยังมีจุดเด่นที่เราสามารถทำให้เป็นเอกลักษณ์ของเราได้อีกหลายอย่าง ถ้าอยากจะมีน้ำซุปที่เป็นของตัวเองก็ต้องทำการทดสอบและมีการทำอยู่เป็นประจำแล้วในที่สุด น้ำซุปเหล่านี้ก็จะสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพที่ยังยืนให้กับเราได้ อย่าคิดว่ามันเป็นแค่น้ำซุป ต้องคิดว่ามันคือขุมทรัพย์แห่งความสำเร็จ ถ้าคิดจะเอาดีทางด้านนี้จริงๆ